สคร.5 ราชบุรี  เตือนประชาชนอากาศเปลี่ยนแปลงระวังโรคปอดบวม โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

สคร. 5 ราชบุรี

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กรมควบคุมโรค เตือนช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ขอให้ประชาชนระวังป่วยด้วยโรคปอดบวม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุป่วย แนะนำให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด ล้างมือบ่อยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่มีคนแออัด ผู้ป่วยควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น

นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า เนื่องจากสภาพที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนี้ ทำให้อากาศมีความชื้นสูงขึ้นซึ่งเอื้อต่อการระบาดของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่อาจทำให้ผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงหรือมีภูมิต้านทานน้อย เจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจได้ง่าย ซึ่งโรคที่ที่พบควรเฝ้าระวังอย่างยิ่ง คือ โรคปอดบวม  โดยกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเด็กต่ำกว่า 5 ปี กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

นายแพทย์สมาน กล่าวต่อไปว่า โรคปอดบวมเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง เกิดจากการติดเชื้อหลายชนิด เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส มักเป็นโรคแทรกซ้อนหลังป่วยไข้หวัดประมาณ 3 วัน โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอมีเสมหะ น้ำมูกเปลี่ยนสีจากสีเหลืองเป็นสีเขียวข้น เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบง่าย เด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาจจะมีอาการเหล่านี้ไม่ชัดเจนหรือไม่ครบทุกอย่าง จึงควรให้ความสนใจมากกว่าปกติ เช่น ในผู้สูงอายุอาจจะมีไข้ หรือตัวอุ่นๆ และอาการซึมลง ส่วนในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี จะมีไข้สูง ซึม ไม่ดื่มน้ำหรือนม หายใจหอบเร็วหรือหายใจมีเสียงดังหวีดหรือหายใจแรงจนชายโครงบุ๋ม หากมีอาการดังกล่าวขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที จะช่วยลดอาการรุนแรงได้

สำหรับการป้องกันตนเองจากโรคปอดบวม คือ อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมลภาวะที่เป็นพิษ เช่น ควันบุหรี่ ควันไฟ และหมอกควันอากาศ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับ ผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง เช่น เย็นจัดหรือชื้นจัด

ทั้งนี้ หากท่านหรือบุคคลใกล้ชิดโดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ขอให้พบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวมได้ง่ายกว่าคนปกติทั่วไป ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด ขอให้ดื่มน้ำและพักผ่อนมากๆ เมื่อ ไอ จาม ควรมีผ้าเช็ดหน้า ปิดปาก ปิดจมูกด้วยทุกครั้ง หรือสวมหน้ากากป้องกันโรค  เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคแก่ผู้อื่น  และหากผู้ป่วยมีอาการไม่ดีขึ้นหรือผู้ป่วยและมีอาการรุนแรงให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี เบอร์ติดต่อ 032310804 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 นายแพทย์สมาน กล่าวปิดท้าย