หน้าแรก     ทีวีออนไลน์สด     รายการทั้งหมด     ภาพเคลื่อนไหว     ฟอรั่มถามตอบ     ติดต่อเรา            
  ออนไลน์นิวส์ ข่าวออนไลน์ | ข่าวประชาสัมพันธ์ | ข้อมูลข่าวสาร | ด้วยระบบออนไลน์ ไร้พรมแดน ดูภาพ ฟังเสียง ชมคลิป ได้ที่นี่  
 
 เมนูหมวดข่าว
 ข่าวรายการพิเศษ
 
 ผู้สนับสนุน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

  แลกเปลี่ยน แบนเนอร์

  เวบแนะนำ



<= ข่าวประชาสัมพันธ์ =>

   4ส 1ม ส่งเสริมสร้างสุขกับ (มิตร) ร่วมงาน สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์



@รายละเอียด@
จากการสำรวจสถานการณ์ประชากรวัยแรงงานทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (กระทรวงสาธารณสุข, 2555) ได้ระบุว่ามีประชากรวัยแรงงานที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาจากการทำงานมากกว่า 1,900 ล้านคนทั่วโลก โดยทุกๆปีจะมีแรงงานที่เจ็บป่วยจากการทำงานมากกว่า 160 ล้านคน โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 8 ของแรงงานทั้งหมดประสบปัญหาความเครียดจากการทำงาน สำหรับประเทศไทยนั้น หลังจากมีการสำรวจความสุขคนไทยปี 2557 ซึ่งจากความร่วมมือระหว่างกรมสุขภาพจิต สำนักงานสถิติแห่งชาติ(สสช.) สถาบันวิจัยประชากรและสังคมและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ในการสำรวจข้อมูลความสุขคนไทยพบว่าประเทศไทยมีความสุขอยู่ลำดับที่ 36 ของโลก และอยู่ในลำดับที่ 2 ของอาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์ จากข้อมูลพบว่าสถานการณ์ของประชากรวัยแรงงานอายุระหว่าง 15-59 ปีทั่วประเทศในปัจจุบันซึ่งมีจำนวนเกือบ 40 ล้านคน (สำนักงานสถิติแห่งชาติ,2557) พบว่าประชากรวัยแรงงานจำนวน 1 ใน 5 ของประเทศมีปัญหาด้านสุขภาพจิตที่ตกต่ำกว่าคนทั่วไป (สมาคมนักประชากรไทย, 2553) โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความคิดอยากฆ่าตัวตาย ปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว หรือแม้แต่ปัญหาด้านความเครียดจากการทำงานที่เป็นปัญหาสำคัญของกลุ่มวัยนี้ สอดคล้องกับข้อมูลสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่มีการเก็บข้อมูลประชากรวัยแรงงานในปี 2557 พบว่าจากจำนวนผู้มารับบริการทั้งหมด 39,260 คน ปัญหาลำดับแรกที่พบคือปัญหาความเครียดหรือความวิตกกังวล โดยพบว่ามีจำนวนผู้รับบริการที่มีปัญหาดังกล่าวประมาณ 12,073 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 30.7 เมื่อพิจารณาดูจะพบว่าวัยแรงงานที่มีช่วงอายุระหว่าง ๒๖-๓๐ ปี เป็นจำนวนที่เข้ารับบริการขอคำปรึกษาด้านความเครียดหรือวิตกกังวลสูงสุดอยู่ที่ ๒,๐๘๖ คน หรือคิดเป็นร้อยละ ๕.๓ ซึ่งหากมองในด้านตัวเลขแล้วอาจจะดูว่ามีจำนวนไม่มากนัก แต่ความเครียดในช่วงวัยดังกล่าวอาจสะท้อนถึงการปรับตัวเข้าสู่วัยแรงงาน นอกจากนั้นแล้วยังพบว่าประชากรวัยแรงงานที่โทรมาขอรับบริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323 กว่า 10,057 คนหรือคิดเป็นร้อยละ ๒๕.๖๑ พบมีปัญหาเป็นโรคทางจิตเวช สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าปัญหาสำคัญที่มีผลต่อศักยภาพในการทำงาน และคุณภาพชีวิตและคุณภาพการทำงานของแรงงานคือความเครียดในการทำงานซึ่งอาจส่งผลทำให้มีโรคทางจิตเวชตามมา

รายละเอียดเพิ่มเติม
เมื่อพิจารณาอย่างรอบขอบเกี่ยวกับความเครียดในการทำงานแล้วจะพบว่าปัญหาความเครียดจากการทำงานเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางด้านบุคคล องค์กร หรือแม้แต่ปัจจัยทางสังคม เช่น การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ในครอบครัว การปรับเปลี่ยนโครงสร้างครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ลักษณะพฤติกรรมที่ต่างคนต่างอยู่ ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวลดลง การเปลี่ยนแปลงของลักษณะของสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง ผู้คนอพยพเคลื่อนย้ายมาเป็นแรงงานในเมืองมากขึ้น บวกกับจำนวนนักศึกษาที่พึ่งจบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน เหล่านี้ส่งผลต่อการแข่งขันในการมีงานทำอย่างมาก หรือความเครียดในองค์กร อาทิเช่น การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน การขยายกำลังการผลิตในมากขึ้นทำให้แรงงานต้องทำงานหนักขึ้น หรือแม้แต่การปรับเปลี่ยนสายบังคับบัญชา เป็นต้น ซึ่งหากพิจารณาโดยละเอียดแล้วจะพบว่าปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น มีลักษณะที่เชื่อมโยงเหตุ

และผลถึงกัน จึงส่งผลให้องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้พยายามผลักดันให้สถานประกอบการต่างๆให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความสุขในที่ทำงานไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้แรงงานได้มีโอกาสในการแสดงศักยภาพ การส่งเสริมความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว การเสริมสร้างความสุขในที่ทำงานมากขึ้น

ลักษณะการเสริมสร้างความสุขให้กับที่ทำงานในปัจจุบันพบว่าสถานประกอบการต่างๆมีหลากหลายแนวทางที่น่าสนใจ แต่เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้วจะพบว่าการจัดการความเครียดและการเสริมสร้างความสุขในที่ทำงานนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้มีโอกาสบริหารจัดการความสมดุลในร่างกายกับความเครียดในการทำงานอย่างเหมาะสม โดยเรียกวิธีการนี้ว่า วิธีการ 4ส. 1ม. เพื่อเป็นการส่งเสริมสร้างสุขกับ(มิตร)ร่วมงาน โดยมีรายละเอียดวิธีการดังนี้

1. ความสมดุลและยืดหยุ่น: คือการที่เรานั้นสามารถค้นหาความหมายในตัวเราเองและแยกแยะได้ว่าเราคือใคร งานที่รับผิดชอบคืออะไร การหาสมดุลต้องมีการกำหนดลำดับความสำคัญว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากันระหว่างตัวเราเองกับงาน โดยจะต้องคำนึงว่าเราควรเห็นคุณค่าในการดูแลตนเองมากกว่าการมุ่งเน้นที่ให้ผู้บังคับบัญชาชื่นชมในผลงาน อีกทั้งต้องมีเป้าหมายและสร้างขอบเขตความรับผิดชอบของตัวเราเอง มองว่าไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในการทำงานจะเป็นเช่นไร เราสามารถมองเห็นถึงความท้าทายที่เกิดขึ้น และใช้ความท้าทาย เป็นโอกาสที่จะเติบโตเพิ่มการรับรู้ในการทำงานของเรา

2. การมีสมาธิ: คือการที่เราจะต้องมีสมาธิ จดจ่อ มุ่งเน้นในการทำงานตรงหน้า ไม่เสียสมาธิไปกับเรื่องอื่นๆในเวลางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคดิจิตอลในปัจจุบันที่มักจะมีสื่อต่างๆเข้ามาก่อกวนสมาธิในระหว่างการทำงานทำให้เรากังวลใจ และส่งผลให้งานที่ทำออกมาได้ไม่ดีพอ

3. มีการสื่อสารอย่างเปิดใจ: 3 สิ่งสำคัญที่จะช่วยในเรื่องการสื่อสารที่มีคุณภาพในการทำงานคือ 1. ข้อมูลที่สื่อสารกับเพื่อนร่วมงานจะต้องมีความถูกต้องมีความจริงใจ 2. ต้องมองว่าการสื่อสารมีประโยชน์อย่างไร โดยคำนึงถึงบริบทแวดล้อม และประเภทของบุคคลที่มีการสื่อสารด้วย 3. คำพูดที่ใช้ในการสื่อสารจะต้องมีความสุภาพ ไม่ก้าวร้าว ถ้ารู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีอารมณ์โกรธ เครียด ไม่ควรเน้นการเผชิญหน้ากัน นอกจากนั้นแล้วเราควรคำนึงถึงศักยภาพในแต่ละบุคคลมากกว่าข้อจำกัดของเขา และรับฟังเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นให้ได้

4. มีความสัตย์ซื่อ: เราจะต้องมีจริยธรรม มีคุณธรรม มีความซื้อสัตย์ในการทำงาน มีการตระหนักรู้ในบทบาทหน้าที่ของตนเอง ตระหนักรู้ว่าตนเองมีหน้าที่อะไร ทำงานอะไร และพยายามทำบทบาทหน้าที่นั้นให้ดี แม้ว่าจะเผชิญภาวะวิกฤติในการทำงานอยู่ก็ตาม

5. ความมีเมตตา: คือการตระหนักและเห็นอกเห็นใจต่อความเป็นมนุษย์ทั้งของตัวเราเองและผู้อื่น เป็นการปลูกฝังเพื่อให้เกิดความรักความเมตตา เพราะในปัจจุบันสถานการณ์การแข่งขันในการทำงานมีสูงขึ้น งานมีความท้าทาย ถูกกดดัน มีความขัดแย้ง และมีความเครียด ดังนั้นการคำนึงถึงความแตกต่างและความเท่าเทียมคือสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ความมีเมตตากรุณาสามารถหยิบยื่นไปยังคนอื่นๆ ได้ และเราไม่จำเป็นที่จะต้องยืดติดกับคำวิจารณ์ของคนอื่นๆ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าปัญหาเรื่องความเครียดจากการทำงานเป็นปัญหาสำคัญของวัยแรงงานอย่างยิ่ง ซึ่งมีปัจจัยหลายประการในการก่อให้เกิดความเครียดในการทำงาน การจัดการปัญหาความเครียดมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับแนวทางที่เหมาะสมที่เลือกจะนำมาใช้ แนวทาง 4ส 1ม เป็นการส่งเสริมสร้างสุขกับมิตรร่วมงาน เป็นวิธีการสร้างความสุข

ในการทำงานอีกวิธีหนึ่งซึ่งเน้นการสร้างความสุขในที่ทำงานด้วยตนเอง เป็นแนวทางการทำงานแบบวิถีพุทธที่สามารถปรับใช้กับการทำงานในบริบทของสังคมไทยได้ง่าย และส่งผลให้เกิดการเสริมสร้างความสุขในสังคมต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข.2555. ข้อมูลสถานการณ์ของประชากรวัยทำงานทั่วโลก. นนทบุรี:

กระทรวงสาธารณสุข. (วันที่ 11 มีนาคม 2558)

กรมสุขภาพจิต. 2558. รายงานผลการสำรวจความสุขคนไทยปี 2557. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต.

กระทรวงสาธารณสุข. (วันที่ 20 มีนาคม 2558)

กรมสุขภาพจิต. 2557. รายงานแสดงจำนวนการให้บริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323 จำแนกตามอายุ. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต. กระทรวงสาธารณสุข. (วันที่ 12 มีนาคม 2558)

สมาคมนักประชากรไทย. 2553. ภาวะสุขภาพจิตประชากรวัยแรงงานไทย.เข้าถึงได้ที่

http://www.thaipopulation.org/Stable/index.php?option=com_docman&task=doc_download&gid=197&Itemid=67. (วันที่ 11 มีนาคม 2558)

เอกสารประกอบ : ( ไม่มีเอกสารประกอบ )
ลิ้งค์เอกสารภายนอก : http://www.thaipopulation.org/Stable/index.php?option=com_docman&task=doc_download&gid=197&Itemid=67


 ข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์
 
 
 คอลั่มน์ ! ไอที ... ผีบอก
 
 คอลั่มน์ ! พระเกจิอาจารย์
 
 บุคคลากรบริหาร
 

 
 


รายงานสภาพน้ำและการระบายน้ำ


สตาร์นิวส์ ข่าวออนไลน์


ออนไลน์นิวส์ ข่าวออนไลน์
32 ม.4 ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โทรศัพท์ : 061-9544294, 089-0844918
แฟ็กซ์ : 034-267933
อีเมล : online-news@hotmail.co.th
<= : ติดต่อศูนย์ข่าว : =>
คุณธัญพร ดังตราชู


ออกแบบโดย ทางใหม่ซอฟท์ Tel.061-9544294 © 2012. www.tangmaisoft.com. Inc. All rights Reserved.