อุบลราชธานี เดินหน้าต่อเนื่อง โคก หนอง นา พช. หนุนปลูกผักสวนครัว พืชสมุนไพร และกิจกรรมวันดินโลก สืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9

วันที่ 2 กันยายน 2564 ภายใต้การอำนวยการของ นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี โดยนางคำ​ประไพ​ รักษา​ขันธ์​ พัฒนาการอำเภอ​ตระการ​พืชผล​ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พัฒนา​ชุมชน​ และนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) อำเภอตระการพืชผล ดำเนินการติดตามสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา กรมการพัฒนาชุมชน” ในพื้นที่อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี

จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการจัดสรรงบประมาณเงินกู้รัฐบาล ผ่านกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” จำนวน 576,592,500 บาทโดยมีพื้นที่เป้าหมายทั้งสิ้น 3,960 แห่ง โดยเเบ่งเป็นพื้นที่ระดับตำบล (CLM) : 68 แห่งเเละพื้นที่ระดับครัวเรือน (HLM) : 3,892 แห่ง เเละโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่เรียนรู้ชุมชน จำนวน 791 แห่ง แบ่งเป็น พื้นที่ 1 ไร่ 620 แห่ง และพื้นที่ 3 ไร่ จำนวน 171 แห่งถือว่าได้รับการสนับสนุน งบประมาณดำเนินโครงการฯ มากที่สุดในประเทศไทย จนได้รับการขนานนาม จากท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ว่าเป็น“อาณาจักร โคก หนอง นา” หรือ “มหานครแห่ง โคก หนอง นา” ในส่วนของอำเภอตระการพืชผล นั้น ก็ถือเป็นอำเภอที่มีเป้าหมายดำเนินโครงการฯ มากที่สุดในประเทศไทย เช่นเดียวกัน ประกอบด้วย โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 พื้นที่ 1 ไร่ 51 แปลง และพื้นที่ 1 ไร่ 18 แปลง รวมทั้งสิ้น69 แปลง โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” แปลง CLM ขนาดพื้นที่ 15 ไร่ 13 แปลง / HLM ขนาดพื้นที่ 1 ไร่ 560 แปลง และขนาด 3 ไร่ 617 แปลง รวม 1,190 แปลง มีนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) ทั้งสิ้น 150 คน

สำหรับการลงพื้นที่ของคณะฯ ในครั้งนี้ ได้ร่วมกิจกรรมเอามื้อสามัคคี​ กับผู้นำชุมชน​และครัวเรือน​ตัวอย่าง ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ และแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง​ มาประยุกต์สู่การปฏิบัติในรูปแบบ “โคก หนอง นา พช.” ประกอบด้วย พื้นที่ตำบลเกษม​ เเปลง HLM นาง ทา บุดดาพันธ์ พื้นที่​ 1​ ไร่, พื้นที่​ตำบลขามเปี้ย แปลง​ นายอัครพงษ์ทันธิมา พื้นที่​ CLM​ 15​ ไร่, พื้นที่​ตำบลคอนสาย, แปลง​ นายอัครพงษ์ ทันธิมา​ พื้นที่​ CLM 15​ ไร่, พื้นที่​ตำบลนาสะไม แปลง​ น.ส.บุญธิดา บุญสุข พื้นที่​ CLM 15​ ไร่, พื้นที่​ตำบลโนน​กุ​ง แปลง​ CLM​ 15​ ไร่, พื้นที่​ตำบลกระ​เดียน แปลง​ CLM​ 15 ไร่ และพื้นที่​ตำบลไหล่​ทุ่ง แปลง HLM​ 1​ ไร่ โดยมีกิจกรรม​ ได้แก่ ปรับภูมิ​ทัศน์ ปลูก​ต้นไม้ 5 ระดับปลูกพืชผักสวนครัว​และพืชสมุนไพร ห่มดินด้วยฟางข้าว ทำน้ำหมักจุลินทรีย์ และสร้างฐานการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน ผ่านกิจกรรมการพัฒนาและสนับสนุนพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับครัวเรือน ในโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่“โคก หนอง นา พช.” ที่แสดงให้เห็นถึงการร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ตามวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเดิมที่พบในทุกพื้นที่ เป็นกระบวนการทำงานเพื่อขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติ เพื่อนำเอาวิถีชีวิตดั้งเดิม วัฒนธรรมอันดีของคนไทยย้อนกลับมาปฏิบัติ ให้เกิดการปฏิบัติตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึงสร้างความเป็นจิตอาสาพัฒนาชุมชน ให้เครือข่ายที่มีพลังและความสามัคคีและอยู่ดีมีสุข

โอกาสนี้ นางคำ​ประไพ​ รักษา​ขันธ์​ พัฒนา​การอำเภอ​ตระการ​พืชผล​ ได้ให้คำแนะนำแก่คณะติดตามและสนับสนุนในการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการฯ ว่า “โครงการนี้ ถือเป็นการกระตุ้น​ให้ประชาชนในพื้นที่​ได้เกิดการแลกเปลี่ยน​เรียนรู้​ร่วมกัน​ สร้างทางรอดจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้คนในชุมชนสามารถพึ่งตนเอง โดยน้อมนำแนวพระราชดำริหลักทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 สืบสาน รักษา ต่อยอดมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ขอฝากให้ทุกท่านได้ร่วมกันปลูกพืช​ผักสมุนไพร​ เพื่อป้องกันและบรรเทาโรคโควิด-19 ในแปลงโคก หนอง นา ตามแนวทาง​ของกรม​การพัฒนา​ชุมชน เช่น กระเพรา พริก โหระพา กระชายขาว กระชายดำ มะนาว เป็นต้น”

นางคำประไพ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ขอให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต เป็นแหล่งผลิตอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซึ่งวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีนั้น ถือเป็นวันดินโลก (World Soil Day) เป็นวันสำคัญที่นักปฐพีวิทยาทั่วโลกแลชาวไทยภาคภูมิใจ เนื่องจากวันที่ 5 ธันวาคม นั้น ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กิจกรรมในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรดินขององค์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วย” นางคำประไพกล่าวปิดท้าย