สุพรรณบุรี ติดตามแนวทางการขับเคลื่อนการเฝ้าระวัง ปัญหาฝุ่นและการเผา ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

วันนี้( 22 ก.ค.69) เวลา 07.30 น. ที่ห้องประชุมพลายแก้ว ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี  นายณัฐพงษ์  สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานการประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน การเผาในที่โล่งแจ้ง และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และPM10 พ.ศ. 2569 จังหวัดสุพรรณบุรี

เพื่อติดตามแนวทางการขับเคลื่อนการเฝ้าระวัง ปัญหาฝุ่นและการเผาของแต่ละหน่วยงานว่าได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายไปถึงขั้นตอนใด ซึ่งประกอบด้วย การเร่งกระจายน้ำหมักสลายตอซังให้เกษตรกรให้ครบ 1,008 หมู่บ้าน การประกวดการจัดทำ “หุ่นฟางน้องเหน่อ” “บ้านดิน/บ้านฟาง” การนำฟางไปหมักเพื่อให้เกิดแพลงก์ตอนและนำมาแปรรูปเป็นอาหารปลา การประสานงานกับชมรมโรงสีเพื่อวางมาตรการล่วงหน้าในการไม่รับซื้อข้าว หรือตัดคะแนนแปลงนาที่มีการเผาโดยต้องประกาศให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าโดยใช้เกณฑ์เปอร์เซ็นต์พื้นที่เผา เช่น หากปล่อยให้มีการเผาเกิน 5-10% ของพื้นที่ เจ้าของที่ดินต้องรับผิดชอบ การเร่งขยายเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมเอามื้อสามัคคีในพื้นที่โคกหนองนาเพื่อนำฟางมาใช้ประโยชน์ (ความต้องการฟางเพื่อใช้ในกิจกรรมโคกหนองนา รวม 180,060 กก.) การรวบรวมพิกัดโรงงานคัดแยกขยะและโรงงานที่รับกำจัดวัสดุ เช่น โรงงานปูนซีเมนต์ที่รับเศษยางและพลาสติก เพื่อสร้างโครงข่ายการกำจัดขยะที่ถูกต้อง การจัดตั้งธนาคารขยะอย่างเป็นรูปธรรม (1 โรงเรียน 1 ธนาคารขยะ) และการให้สถานศึกษาหยุดเผาโดยเด็ดขาด เป็นต้น

     ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ยังคงเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดมาตรการห้ามเผาในที่โล่งแจ้งทุกรูปแบบ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่าพื้นที่เผาส่วนใหญ่ร้อยละ 53.36 เป็นนาเช่า ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ อาทิ เร่งกระจายน้ำหมักสลายตอซังให้เกษตรกรให้ครบ 1,008 หมู่บ้าน การวางระบบสอบถามความต้องการฟางมาใช้ในกิจกรรมโคกหนองนา  ตลอดจนการพูดคุยกับชมรมโรงสีเพื่อกำหนดมาตรการลดราคารับซื้อข้าว สำหรับเกษตรกรที่มีประวัติการเผา และเพิ่มแต้มให้ราคาพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ไม่เผา

อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมจัดกิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” และการสาธิตทำก้อนฟางบ้านดิน เดือนละ 1 ครั้ง ส่วนการปลูกต้นไม้หมู่บ้านละ 100 ต้น ต้องดำเนินให้มากที่สุดในช่วงหน้าฝนนี้