สกัดกั้นขบวนการขนกัญชาข้ามแดนมูลค่ากว่า 30 ล้าน

สะเดา-สงขลา เมื่อวันที่ 27 เม.ย.69 พ.อ.ทวีพร คณะทอง ผบ.ฉก.ร.5, ร.อ.นิติพันธ์ จันทร์รัศมี ผบ.ร้อย ร.5021 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจปาดังเบซาร์ ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ และ ตชด.437 ได้ร่วมกันแถลงข่าวตรวจยึดช่อดอกกัญชา จำนวน 58 กก. ได้ที่บริเวณริมรั้วชายแดนไทยมาเลเซีย หลักเขตแดนที่ 15D/32 เขตพื้นที่บ้านต้นพยอม หมู่ 1 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา


โดยเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบลำเลียงดอกกัญชาเพื่อส่งไปยังประเทศมาเลเซีย บริเวณชายแดนไทยมาเลเซีย ช่วงเวลา 06.30 น.จึงจัดชุดลาดตระเวนร่วม ตามพื้นที่ ที่คาดว่าจะเป็นจุดลักลอบ ซึ่งขณะเดินเท้าลาดตระเวนถึงที่เกิดเหตุก็ตรวจพบสิ่งของซึ่งผิดปกติ เป็นลักษณะถุงดำใหญ่ จึงได้เข้าทำการตรวจสอบ พบว่าภายในเป็น ดอกกัญชา ซึ่งเป็นพืชควบคุม ห้ามนำเข้า-ส่งออก ตามพรบ.อย.จึงได้ทำการตรวจยึดไว้


พ.อ.ทวีพร คณะทอง ผบ.ฉก.ร.5 บอกว่า หลังจากได้รับแจ้งจากสายข่าวจึงได้ออกแผนร่วมกับตำรวจปาดังเบซาร์ ด่านศุลกาการปาดังเบซาร์ ตชด.437 พบรถยนต์วิ่งอยู่ในแนวชายแดนฝั่งมาเลเซียลักษณะผิดปกติ และได้สังเกตุพบชายวัยรุ่น 2 คน อยู่ที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 17 จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น ซึ่งชายทั้งสองคนได้ไหวตัววิ่งหลบหนี โดย 1 คนวิ่งหลบหนีเข้าไปยังมาเลเซียทางช่องทางที่ถูกตัด อีก1คนวิ่งมาฝั่งไทย แต่อาศัยกับความชำนาญในพื้นที่ หลบหนีไปได้


หลังจากนั้นได้มีการเข้าเคลียร์พื้นที่ พบกับถุงดำลักษณะทำเป็นหีบห่อจำนวน 5 ห่อ ภายในเป็นดอกกัญชาอัดเป็นก้อนๆบรรจุในถุงพลาสติก 20 ถุง ซึ่งน้ำหนักรวมทั้ง 5 ห่อรวมประมาณ 58 กก. จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด


พ.อ.ทวีพร ฯ ยังบอกเพิ่มเติมว่าต้นทางยังมีความพยายามในการที่จะส่งของผิดกฎหมายข้ามแนวชายแดนโดยเฉพาะเรื่องของยาเสพติด ซึ่งมีมูลค่าสูงยังมีการลักลอบจากพื้นที่ตอนบนมายังพื้นที่ตอนล่าง ซึ่งเมื่อข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้โดยเฉพาะยาเสพติดจะมีราคาสูง อย่างเช่นในครั้งนี้ ดอกกัญชาราคาในประเทศจะประมาณ 4 หมื่นบาท แต่ถ้าข้ามไปได้ราคาจะตกอยู่กิโลกรัมละ ประมาณ 5-6 แสนบาท ซึ่งในครั้งนี้หากข้ามไปได้จะมีมูลค่าประมาณ 30 กว่าล้านบาท


ปัจจุบันเราได้วางแผนร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ สกัดกั้นในทุกรูปแบบและได้นำอุปกรณ์ เทคโนโลยีต่างๆ กล้องวงจรปิด โดรน เข้ามาช่วยเหลือในการทำงานต่างๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


นอกจากนั้นยังมีการพูดคุยกับทางประเทศเพื่อนบ้าน มีการลาดตระเวนผสม โดยจัดกำลังในการลาดตระเวนร่วมกัน มีการพบปะประชุมด้านการข่าวอยู่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในเรื่องของการลักลอบทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย
โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสะเดามันทำได้ง่ายเนื่องจากเป็นพื้นที่ราบซึ่งหากสังเกต จะพบว่าจากด่านปาดังเบซาร์ จนถึงด่านสะเดา ลักษณะจะเป็นที่ราบ รั้วลักษณะเป็นรั้วลวดหนามซึ่งสามารถเจาะทำลายได้ง่าย ซึ่งเราได้เพิ่มความเข้มในเรื่องการปฎิบัติหรือลาดตระเวนแล้ว ปัจจุบันยังได้จัดตั้งจุดตรวจเพิ่มขึ้นเพื่อลดระยะในการตรวจการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากผลการปฎิบัติงานที่เราสามารถสกัดกั้นได้มากขึ้น