เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตเพชรบุรี ได้จัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในโอกาส วันสตรีสากล ประจ าปี 2569 (International Women’s Day 2026) เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในเวทีผู้น าระดับโลก การทูต และความร่วมมือระหว่างประเทศ ในโลกที่ก าลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก ร้อยต ารวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ (ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี) เป็นผู้กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว (รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด) กล่าวต้อนรับคณะเอกอัครราชทูตและผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัย รวมถึงข้าราชการและหน่วยงานในพื้นที่หัวหินและจังหวัดเพชรบุรี รวมกว่า 200 คน

ไฮไลต์ส าคัญของงานคือ การเสวนาพิเศษระดับนานาชาติ ในหัวข้อ “Women in Diplomacy and Global
Leadership in a Changing World” ซึ่งได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตสตรีประจ าประเทศไทยจากหลายประเทศ มาร่วม
แบ่งปันประสบการณ์ มุมมองด้านภาวะผู้น า และบทบาทของสตรีในเวทีการทูตระหว่างประเทศ ได้แก่ H.E. Mrs.
Edirisinghe Arachchilage Sriyani Wijayanthi Edirisinghe (เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรี
ลังกา) H.E. Mrs. Shirley Dennise Aguilar Barrera (เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกัวเตมาลา) H.E. Mrs. Daniela-Brîndușa Băzăvan (เอกอัครราชทูตโรมาเนีย) และ H.E. Ms. Szilvia Szalóki (เอกอัครราชทูตฮังการี) ภายในเวทีเสวนาผู้เข้าร่วมงานได้รับฟังมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในโลกการทูต ความท้าทายของผู้น าสตรีในบริบทสากล และความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในยุคโลกาภิวัตน์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้เข้าร่วมงานได้
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ผศ. ดร.บ าเพ็ญ ไมตรีโสภณ (คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์) ได้นำเสนอศักยภาพด้านการ
ท่องเที่ยวในชุมชนของจังหวัดเพชรบุรี พร้อมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงชุดวิถีศิลป์ ถิ่นไทยด าซึ่ง
สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่ ในช่วงบ่ายคณะผู้แทนจะเดินทางไปเยี่ยมชมพระราชนิ เวศน์
มฤคทายวัน สถานที่ส าคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของประเทศไทย
การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดในการส่งเสริม บทบาทของ
สตรี ภาวะผู้น าระดับนานาชาติ และความร่วมมือด้านการทูตระหว่างประเทศ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาคณาจารย์ และผู้เข้าร่วมงานได้รับแรงบันดาลใจจากผู้น าสตรีระดับโลก และเสริมสร้างความเข้าใจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในบริบทของโลกยุคใหม่
