สุพรรณบุรี เร่งขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน การเผาในที่โล่งแจ้งและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และPM10 อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

วันนี้(2ก.ค.69) เวลา 07.30 น. ที่ห้องประชุมพลายแก้ว ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์   สงวนจิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธานการประชุมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน กาเผาในที่โล่งแจ้งและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และPM10จังหวัดสุพรรณบุรี

พร้อมขอให้เร่งแก้ไขต้องทำให้ตรงจุด และทันท่วงที โดยเฉพาะการเร่งกระจายน้ำหมักจุลินทรีย์สลายตอซังให้เกษตรกรในจุดที่มีการเผามากที่สุด ต้องมีการบันทึกในกรูเกิ้ลเอิร์ดโปร  เพื่อให้ทราบจุดการใช้ทันที ซึ่งต้องทราบว่าเกษตรใช้จริงมากน้อยแค่ไหน โดยต้องบูรณาการทุกหน่วยงาน อาทิ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด/สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง  สำนักงานพัฒนาชุมชน   /สำนักงานพาณิชย์ เรื่อง การใช้ประโยชน์จากฟาง  เห็ดฟาง บ้านดิน แซนวิช  กระดาษฟาง ใช้หลักศีลธรรมนำหน้าสินทรัพย์ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณ

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฯ อาทิ – การเร่งกระจายน้ำหมักให้เกษตรกร ณ ปัจจุบัน กระจายไปแล้ว 1,043 ครัวเรือน จำนวน 96,015 ลิตร เนื้อที่ 19,287 ไร่

– กิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” ในพื้นที่โคกหนองนา การทำบ้านดิน บ้างฟาง การทำหุ่นฟางน้องเหน่อ เพื่อเพิ่มความต้องการใช้ฟาง

– การนำข้อมูลทิศทางลมมาวิเคราะห์หาพิกัดผู้ลักลอบเผา

– การดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะเด็ก และผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจผ่านการแจกหน้ากากอนามัย

– การจัดตั้งธนาคารขยะที่เป็นรูปธรรม มีสมุดบัญชีเงินฝากเพื่อปลูกฝังวินัยการแยกขยะและสร้างรายได้จากวัสดุรีไซเคิล

– โครงการ “ร้อยพฤกษา ร้อยความดี ทุกหมู่บ้านสุพรรณบุรี” ปลูกต้นไม้ในข่วงฤดูฝน จำนวน 100 ต้นต่อครัวเรือน กำหนด Kick-off วันที่ 6 ก.ค. นี้ ณ บึงหนองสาหร่าย อำเภอบางปลาม้า

     ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ยังคงเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดมาตรการห้ามเผาในที่โล่งแจ้งทุกรูปแบบ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างความเข้าใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ อาทิ

1) แจ้งเรื่องการเผาในที่โล่งและมลพิษทางอากาศผ่าน Traffy Fondue เพื่อระบบจะส่งเรื่องตรงไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ได้อย่างรวดเร็ว

2) การนำ Startup มาช่วยแปรรูปฟางข้าวเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น เชื้อเพลิงอัดเม็ด หรือกระดาษฟาง เพื่อเพิ่มมูลค่าแทนการเผา

3) มอบหมาย สพป. ประสานโรงเรียนในสังกัดใช้พื้นที่ว่างหรือโรงเรือนเพาะเห็ดฟาง เพื่อสอนทักษะอาชีพให้เด็กนักเรียน