ภาคเอกชนสุพรรณบุรี กระตุ้นเศรษฐกิจ วงการวัวฮินดูบราซิล ควักเงิน 2.3 ล้านบาท ซื้อ “เจ้าดวงตะวัน” วัวแพงที่สุดในประเทศไทย




นายวิทยา บุณยพัชรินทร์(ปลัดโหนก) ประธานที่ปรึกษาพิเศษ นายก อบจ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เมื่อปี 2531 สมัยที่นายณรงค์ วงศ์วรรณ เป็น รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเข้าวัวฮินดูบราซิล มาในประเทศไทยเพื่อให้เกษตรกรได้เลี้ยงสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว จนทำรายได้เป็นกอบเป็นกำตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ซึ่ง 1 ใน 19 ตัวมี เจ้าฮิต 1212 ของนายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายก อบจ.สุพรรณบุรี ที่ซื้อมาในราคา 1 ล้านบาทในสมัยนั้น สามารถทำเงินจากการรีดนำเชื้อกว่า 100 ล้านบาท ทำให้วงการวัวฮินดูบราซิลคึกคักเรื่อยมา แต่มาซบเซาไประยะหนึ่งในช่วงโรคไวรัสโคโรนา โควิด-19 จนกระทั่งโควิด-19 เบาบางลงวงการเลี้ยงวัวพันธุ์ฮินดูบราซิล เริ่มคึกคักขึ้นมา ตนจึงได้ลงทุนซื้อ วัวฮินดูบราซิลราคา 2.3 ล้าน ชื่อเจ้าดวงตะวัน อายุ 1 ปี จากนายเชาวลิต วงษ์เงิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งถือว่าแพงที่สุดในประเทศไทย  เจ้าดวงตะวัน เป็นวัวเพศผู้ อายุ 12 เดือน มีรูปร่างหน้าตาดี หูยาว หน้าโก่ง ใบหูใหญ่ยาว หางยาว สีแดงดู่ หรือสีทองเม็ดมะขาม สร้างความฮือฮาให้แก่วงการเลี้ยงวัวอยู่ในขณะนี้โดยนายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายก อบจ.สุพรรณบุรี ผู้คร่ำหวอดในวงการวัวพันธุ์ฮินดูบราซิล เจ้าของพ่อวัวชื่อเจ้าฮิต 1212 วัวยอดฮิตในตำนานระดับประเทศ ให้ความเห็นว่าเจ้าดวงตะวันเป็นวันลักษณะดีมาก สวยครบเครื่อง ทุกสัดส่วนน่าจะทำกำไรในการขายน้ำเชื้อได้ดี ขายหลอด 1,000 บาท 2-3 พันหลอด ก็ถอนทุน ที่เหลือคือกำไรแน่นอน ประมาณเดือนเมษายน 2564 จะสามารถรีดน้ำเชื้อขายได้

นายวิทยา กล่าวต่อว่าก่อนจะตัดสินใจซื้อ เจ้าดวงตะวัน ตนเห็นตั้งแต่เกิดได้ 2 วัน จนมีคนจังหวัดลพบุรี มาซื้อไปในราคา 190,000 บาท เลี้ยงได้ประมาณ 5 เดือน นายเชาวลิต มาซื้อต่อไปในราคา 850,000 บาท จนกระทั่งอายุในประมาณ 1 ขวบ ตนและลูกน้องได้เดินทางไปดูเจ้าดวงตะวันอีกครั้ง พอเห็นแล้วรู้สึกชอบมากถอยไม่ได้ เพราะตนเป็นผู้บุกเบิกวัวมาโดยตลอด มาเห็นเจ้าดวงตะวันแล้ว พบว่าเข้าลักษณะวัวงามทุกประการ ถือว่าเป็นพ่อพันธุ์ที่ดีไม่มีตำหนิ  จึงพูดคุยกับเจ้าของวัว ทราบว่ามีหลายหุ้น ถามว่าจะขายเท่าไหร่ แต่นายเชาวลิตยังไม่ให้คำตอบต้องรอปรึกษาหุ้นส่วน  จนกระทั่งตกลงราคาขายที่ 2.5 ล้านบาท จึงเดินทางมาดูอีกครั้งคิดว่ายังไงก็สู้แน่นอน เพราะชอบลักษณะมาก และสามารถทำเงินได้แน่นอน เพราะชั่วโมงนี้เจ้า มาริโอ วัวตัวดังของตนที่ขายไป 1.5 ล้านบาท ได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งน้ำเชื้อเจ้ามาริโอ ขณะนี้หลอด 2-3 พันบาท โดยวันนั้นตนเตรียมเงินเพื่อไปมัดจำจำนวน 3 แสนบาท โดยตกลงราคากันที่ราคา 2.3 ล้านบาท ที่ผ่านมาราคาลูกวัวสวยๆที่เกิดในประเทศอย่างมากราคา 1 ล้านต้นๆ แต่เจ้าดวงตะวัน มีลักษณะสวยทุกประการ สามารถทำเงินให้ตนได้แน่นอน จึงตัดสินใจซื้อโดยไม่ลังเล โดยเป้าหมายที่ซื้อเจ้าดวงตะวัน คือขายน้ำเชื้ออย่างเดียว และตนมั่นใจว่า นำเชื้อตัวนี้จะต้องแรงมาก เพราะเป็นวัวที่ต่างสายเลือด ต่างสายพันธุ์ ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ และถือว่ามีราคาที่สูงที่สุดในประเทศไทย

นายวิทยา ยังกล่าวอีกว่า จะมีการรับมอบ เจ้าดวงตะวัน มาอยู่ที่ศรีสยามฟาร์ม หมู่ 4 บ้านลาดตาล ต.วังยาง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรีวันที่ 7 มิ.ย.63 นี้ ที่ตนต้องซื้อเจ้าดวงตะวัน ก็เพราะต้องการปลุกกระแสเศรษฐกิจของวัว เพราะหลังจากที่ซื้อวัวตัวนี้ สามารถไปถามเกษตรกร ทั่วเมืองไทย แม้แต่ตลาดนัด วัวทั่วไป ต่างกล่าวขานกันมาก และขณะนี้วงการวัวมีปัญหาเรื่องโค-วิด19 รวมทั้งภัยแล้ง ตนจึงมองปัญหาตรงนี้และซื้อมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะขณะนี้เกษตรกรปลูกข้าวไม่ทัน แต่เดิมเกษตรกรเคยขายวัวได้ตัวละ 3-4 หมื่นบาท ตอนนี้ขายได้ 5-6 หมื่นบาท จนถึง 1 แสนบาท เหมือนสวนกระแสโควิด-19 หลังจากซื้อเจ้าดวงตะวัน มาทำให้เป็นขวัญกำลังใจที่ซื้อมาแล้ว ทำให้ตลาดค้าวัวคึกคัก เกษตรกรหันมาซื้อขายกันจำนวนมาก เรียกว่าที่ซื้อมาไม่ใช่อยากดัง เพราะเราเล่นวัวมาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งหลายทั้งปวงก็เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือเกษตรกร อย่างน้อยเกษตรกรทุกครัวเรือนมีรายได้จากการเลี้ยงวัว เพราะที่ผ่านมาผู้เลี้ยงวัวฮินดูบราซิล ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ ณ ขณะนี้ เกษตรกรบางรายขายลูกวัวได้ตัวละ 1-2 แสนบาทกันแล้ว“ปลัดโหนก ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้สร้างตำนานการพัฒนาสายพันธุ์วัวฮินดูบราซิล มากว่า 30 ปี จากวัวขาวจนมาเป็นวัวสี  ทำให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคง มาจนถึงยุคปัจจุบัน “