รมต.เทวัญ ติดตามสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงทานในพระดำริสมเด็จพระสังฆราช ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี




วันนี้ (4มิ.ย.63) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และคณะ

ติดตามสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช  เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงทาน ในพระดำริของ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  ที่ทรงห่วงใยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี

โดยจุดแรก คณะเดินทางไปยังวัดสาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และข้าราชการในพื้นที่ต้อนรับ เมื่อเดินทางถึงสมเด็จพระมหาวีรวงศ์จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถวายสักการะพระรูปสมเด็จพระสังฆราช และถวายธูปเทียนแพสมเด็จพระมหาวีรวงศ์  จากนั้น นายเดชา ก่อเกิด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงาน โดยที่ผ่านมาโรงทานวัดสาลีได้ดำเนินการแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปแล้ว จำนวน 2,100 ชุด และแจกจ่ายข้าวกล่องให้แก่ประชาชน จำนวน 1,000 กล่อง ส่วนในวันนี้ได้แจกจ่ายถุงยังชีพให้ประชาชนที่เป็นผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง (ผู้ป่วยติดเตียง) ผู้สูงอายุ และผู้มีอุปการะคุณกับทางวัด จำนวน 250 ชุด โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ร่วมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนก่อนเดินทางต่อไปยังวัดสำปะซิว

จุดที่สองคณะเดินทางไปยังวัดสำปะซิว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวัดในพื้นที่ชุมชน มีประชาชนอาศัยบริเวณรอบวัดเป็นจำนวนมาก โดยที่ผ่านมาคณะสงฆ์อำเภอเมืองสุพรรณบุรีได้จัดตั้งโรงทาน สนองพระดำริสมเด็จพระสังฆราช มอบถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ถุง และแจกจ่ายข้าวกล่อง จำนวน 3,100 กล่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนร่วมบริจาคสิ่งของสมทบ และในวันนี้สมเด็จพระสังฆราช ได้เมตตาโปรดให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เดินทางมามอบถุงยังชีพแก่ประชาชน จำนวน 100 ถุง

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันได้รับรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีการจัดตั้งโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราชทั่วประเทศแล้ว 1,005 แห่ง ช่วยเหลือประชาชนเฉลี่ยวันละ 301,500 คน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชน เป็นการสะท้อนว่าทุกวันนี้วัดยังเป็นที่พึ่งและเป็นศูนย์กลางของประชาชน ขณะที่ตนได้ติดตามการดำเนินงานแจกจ่ายสิ่งของของโรงทาน โดยต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ต้องจัดให้มีจุดคัดกรอง เว้นระยะห่างทางสังคม และทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19