วันที่ 5 กรกฏาคม พ.ศ.2569 สภาองค์กรของผู้บริโภค หน่วยงานประจำจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ สมาคมวิชาชีพวิทยุ โทรทัศน์ภาคตะวันตก (สวท.ภตต) จัดอบรมให้ความรู้จากภัยสื่อออนไลน์หลอกลวง.

โลกออนไลน์เปรียบเสมือนดาบสองคม ที่มอบทั้งโอกาสและการคุกคามควบคู่กันไป ความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว และความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ได้ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้ชีวิตในโลกเสมือนจริงมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามภายใต้ความสวยงามและประโยชน์นานัปการ กลับซ่อนเร้นภัยเงียบที่คืบคลานเข้ามาทำร้ายสุขภาพกายและใจของเราอย่างไม่ทันตั้งตัว

บทความนี้จะพาผู้อ่านสำรวจภัยเงียบที่มักถูกมองข้ามในโลกออนไลน์ ซึ่งมีผลกระทบต่อ ชีวิตประจำวันและสังคมโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
1. วังวนแห่งการเสพติดโซเชียลมีเดีย: บ่อนทำลายสุขภาพจิตอย่างร้ายกาจโซเชียลมีเดียถูกออกแบบมาให้ดึงดูดและรักษาความสนใจของผู้ใช้ไว้ให้นานที่สุด ด้วยกลไกการแจ้งเตือน (notification) ที่ถี่กระตุ้น การแสดงความคิดเห็น (comments) และการกดถูกใจ (likes) ที่เป็นเหมือนรางวัล ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความพึงพอใจและต้องการที่จะได้รับสิ่งเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการเสพติดในที่สุด
การเสพติดโซเชียลมีเดียส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นอาการวิตกกังวล ซึมเศร้านอนไม่หลับ และความเครียดสะสม การใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเกินไป ทำให้ละเลยกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ เช่น การออกกำลังกาย การเข้าสังคมกับเพื่อนฝูง หรือการ พักผ่อนอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ การได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอเป็นเวลานาน ยังส่งผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ทำให้วงจรการนอนหลับเสียสมดุลและเกิดปัญหาสุขภาพตามมา
2. หลุมดำแห่งการเปรียบเทียบ: บั้นทอนคุณค่าในตนเองอย่างเงียบเชียบบนโซเชียลมีเดีย ผู้คนมักจะเลือกนำเสนอแต่ด้านดีๆ ของชีวิตตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ที่สวยงาม สถานที่ท่องเที่ยวหรูหรา หรือความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทำให้ผู้ที่เห็นเกิดความรู้สึกว่า ชีวิตตนเองด้อยค่าและไม่น่าพอใจเมื่อเปรียบเทียบกับผู้อื่นการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จะบั่นทอนความมั่นใจในตนเอง ทำให้เกิดความรู้สึกอิจฉาริษยา และนำไปสู่ความทุกข์ทรมานทางจิตใจในที่สุด การตระหนักรู้ถึงกลไกการนำเสนอชีวิตที่สวยหรูเกินจริงบนโซเชียลมีเดีย และการให้ความสำคัญกับคุณค่าและความสุขของตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญในการหลีกเลี่ยงหลุมดำแห่งการเปรียบเทียบ
3. ข่าวปลอม: อาวุธร้ายทำลายความน่าเชื่อถือและสร้างความแตกแยก
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารท่วมทัน การแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือออกจากข่าวปลอม (fake news) กลายเป็นเรื่องท้าทาย ข่าวปลอมมักถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือ สังคม โดยมีการบิดเบือนความจริง สร้างความเข้าใจผิด และสร้างความแตกแยกในสังคม
การแพร่กระจายของข่าวปลอมอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงเชื่อและส่ง ต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายและความขัดแย้งในสังคม การตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล การวิเคราะห์เนื้อหาอย่างรอบคอบ และการพิจารณาถึงแรงจูงใจของผู้ที่สร้าง ข่าวปลอม จึงเป็นทักษะที่จำเป็นในการป้องกันตนเองจากภัยร้ายนี้
4. การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล: ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการเปิดเผยข้อมูลมากเกินไปการใช้งานโซเชียลมีเดียและบริการออนไลน์ต่าง ๆ มักมาพร้อมกับการให้ข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลทางการเงิน การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้มากเกินไป อาจนำไปสู่การ ถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การถูกแฮ็กบัญชี การถูกขโมยข้อมูล การถูกติดตามตัว หรือการถูกนำ ข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย
การตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริการออนไลน์ต่างๆ การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้เหมาะสม และการระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันตนเองจากการถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
กลลวงออนไลน์: เหยื่อรายต่อไปอาจเป็นคุณ
โลกออนไลน์เต็มไปด้วยกลลวงหลากหลายรูปแบบ ที่มุ่งหวังจะหลอกลวงให้เหยื่อเสียทรัพย์สินหรือ ข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ลงทุนในธุรกิจที่ไม่น่าเชื่อถือ การหลอกให้ซื้อสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง หรือการหลอกให้ดาวน์โหลดโปรแกรมที่เป็นอันตรายการตระหนักรู้ถึงกลลวงออนไลน์ต่าง ๆ การตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ และการหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเงินให้กับบุคคลที่ไม่รู้จัก จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
สรุป:
ภัยเงียบในโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่ทุกคนควรตระหนักและระมัดระวัง การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ภัยต่าง ๆ และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ จะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข
สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตจริงและชีวิตออนไลน์ การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การดูแลสุขภาพกายและใจ และการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของภัยเงียบในโลกออนไลน์ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีความหมาย แม้ Social Network จะมีข้อดีต่าง ๆ อยู่มากมาย แต่เราก็จะต้องใช้งานอย่างระมัดระวังด้วย เช่นกันโดยเฉพาะการแสดงออกทางความคิด กิจกรรม การรับรู้ข้อมูลจากผู้อื่น ซื้อและขายสินค้าเตือนภัย!!
คนใช้โซเชียลให้รู้ทันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ช่วยป้องกันและระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้น จาก Social Network ได้ ดังนี้
- เลือกตอบรับคำขอเป็นเพื่อนเฉพาะคนรู้จัก
- ก่อนโพสต์อะไร ควรนึกถึงผลกระทบที่จะตามมา และควรตั้งค่าให้เห็นเฉพาะเพื่อนเท่านั้น ไม่ควร ตั้งค่าสาธารณะ
- อย่าโพสต์ภาพลับ หรือโพสต์สุ่มสี่สุ่มห้า
- อย่าเช็คอินสถานที่ที่ไปบ่อยๆ อาจทำให้ทำให้ผู้ไม่หวังดีทราบความเคลื่อนไหวของเราหรืออาจมาดักรอ
5. แสดงความคิดเห็นอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้เกิดการโต้แย้งที่รุนแรง หรืออาจเป็นความผิดได้
6. กด LIKE ในสิ่งที่สร้างสรรค์
7. เช็คก่อนแชร์ ไม่แน่ใจอย่าแชร์ หากแช์เรื่องไม่ดีหรือไม่จริง อาจเกิดผลเสียและเป็นความผิดได้
8. ระวังผู้ประสงค์ร้ายหลอกถามข้อมูลส่วนตัว
9. อย่าลืมล็อกเอาต์หรือออกจากระบบ และอย่ากด Remember me เมื่อใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะเพื่อป้องกันผู้อื่นสวมรอย
ที่มา : พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560
